
ผลบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3 – ซันเดอร์แลนด์ 3
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง ที่มีอยู่ 70 คะแนนจาก 30 นัด เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 8 ของตารางที่มีอยู่ 40 คะแนน โดยเกมนี้หาก “เรือใบสีฟ้า” ชนะจะขึ้นไปนำจ่าฝูงชั่วคราว
เริ่มเกมในช่วงแรกทั้งสองทีมสามารถสู้กันได้สนุก นาทีที่ 9 แมนฯ ซิตี้ ได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ รับหน้าที่ปั่นโค้งด้วยเท้าซ้าย บอลลอยข้ามกำแพงกำลังจะมุดเสียบโคนเสาแรก แต่ ซิมง โญเล่ต์ ไม่พลาด พุ่งปัดปลายมือออกมาได้หวุดหวิด ถัดมา 7 นาที สเตฟาน แซสเซอญง จ่ายบอลให้ เคร็ก การ์ดเนอร์ หลุดเข้าไปซัดหน้ากรอบ 6 หลาฝั่งขวา บอลถากเสาออกหลังแบบได้ลุ้น
นาทีที่ 19 จากจังหวะสวนกลับเร็ว ดาบิด ซิลบา ได้บอลทางกราบขวา ก่อนตบเข้าเขตโทษให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ ชิ่งจังหวะเดียวให้ เอดิน เซโก้ ซัดด้วยเท้าขวา ทว่า ซิมง มิโญ่เล่ต์ ยังทุบบอลออกหลังไปได้
แต่ทว่านาทีที่ 31 กลับเป็น “แมวดำ” ได้ทำแสบก่อนเมื่อ สเตฟาน แซสเซอญง ลากบอลทำเกมอยู่ทางกราบซ้าย ตัดสินใจจ่ายตัดกลับไปหน้ากรอบเขตโทษให้ เซบาสเตียน ลาร์สสัน จับบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนสับไกด้วยเท้าขวา บอลเรียดโค้งหนีมือ โจ ฮาร์ท เสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ซันเดอร์แลนด์ ขึ้นนำ 1-0
พอเสียประตู “เรือใบสีฟ้า” พยายามเดินเกมรุก และมาได้ลุ้นจากฟรีคิกของ โคลารอฟ ไดปั่นโค้งด้วยซ้าย แต่มิโญเล่ต์ ทุบทิ้งออกมาเข้าทาง เซโก้ เปิดกลับเข้าไปให้ บาโลเตลลี่ ซัดติดแนวรับทีมเยือนออกหลังไปอีกในนาทีที่ 39
ทว่า 4 นาทีต่อมา เอดิน เซโก้ ได้ลากบอลตัดเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้าย เคร็ก การ์ดเนอร์ เข้าสกัดพลาด ฟิล ดาวด์ เป่าเป็นลูกจุดโทษ และเป็น มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ช่วย แมนฯ ซิตี้ ตามตีเสมอเป็น 1-1
ช่วงท้ายครึ่งแรก เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอแต่แล้วช่วงทดเจ็บ สเตฟาน แซสเซอญง ได้จังหวะเปิดบอลจากกราบขวามาที่เสาไกลให้ นิคลาส เบนท์เนอร์ โขกเต็มหัว บอลพุ่งย้อนเสียบตาข่าย ส่งแมวดำ ขึ้นนำ 2-1 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
มาต่อครึ่งหลัง โรแบร์โต้ มันชินี่ ปรับแท็คติกส่ง อดัม จอห์นสัน ลงเติมเกมรุกแทนที่ ไมกาห์ ริชาร์ด แต่พอมาถึงนาทีที่ 55 จากจังหวะสวนกลับเร็ว แซสเซอญง จ่ายบอลจากกึ่งกลางสนามให้ นิคลาส เบนท์เนอร์ทะลุขึ้นไปทางกราบซ้าย เปิดเข้าไปหน้าปากประตูให้ เซบาสเตียน ลาร์สสัน ชาร์จบอลสู่ก้นตาข่าย ส่ง ซันเดอร์แลนด์ บุกนำห่าง 3-1
พอโดนนำห่าง “เรือใบสีฟ้า” จัดการส่ง คาร์ลอส เตเวซ ลงสนามแทน ดาบิด ซิลบา จากนั้น แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายเดินหน้าบุกเข้าใส่อย่างหนัก นาทีที่ 64 ทีมได้ลูกฟรีคิกหน้าเขตโทษฝั่งซ้าย โคลารอฟ ได้ปั่นโค้งด้วยซ้ายอีกครั้ง แต่บอลพุ่งแรงเฉี่ยวเสาไป
นาทีที่ 69 เจมส์ มิลเนอร์ วางบอลยาวให้ เตเวซ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวา กระชากหนี แนวรับ “แมวดำ” หนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวา แต่บอลเฉียดเสาแรกออกหลังไปอีก จนมาถึงนาทีที่ 81 ดาวิด ปีซาร์โร่ ถูกส่งลงสนามแทน มิลเนอร์
จนกระทั่งนาทีที่ 85 บาโลเตลลี่ ได้ลากบอลจากฝั่งซ้าย หนี เคร็ก การ์ดเนอร์ตัดเข้าหน้ากรอบเขตโทษแล้วกดเต็มข้อด้วยขวาบอลพุ่งเข้าสู่ก้นตาข่ายจนปัญญาที่ ซิมง มิโญเล่ต์ จะป้องกัน เรือใบ ไล่จี้ 2-3
พอได้ประตูตีตื้น “เรือใบสีฟ้า” ได้ใจ และเพียงไม่ถึง 1 นาทีต่อมา ปีซาร์โร่ ได้จังหวะส่งบอลให้ โคลารอฟ วอลเล่ย์ตูมเดียวหน้าเขตโทษด้านซ้าย บอลพุ่งเรียดเสียบตาข่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ เจ้าบ้านตีเสมอ 3-3 ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มไม่ได้ ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ทำได้แค่เสมอ เก็บเพิ่มเป็น 71 คะแนน ตามหลังแมนฯ ยูฯ 2 แต้ม
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, ไมกาห์ ริชาร์ดส์ (อดัม จอห์นสัน 46), โคโล่ ตูเร่, แว็งซ็องต์ ก็อมปานี, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, เจมส์ มิลเนอร์ (ดาวิด ปีซาร์โร่ 81), ไนเจล เดอ ยอง, ยาย่า ตูเร่, ดาบิด ซิลบา (คาร์ลอส เตเวซ 58), เอดิน เซโก้, มาริโอ บาโลเตลลี่
ซันเดอร์แลนด์ : ซิมง มิโญเล่ต์, ฟิล บาร์ดสลี่ย์, ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์, แมทธิว คิลกัลลอน (โซติริส คีร์เกียกอส 81), แจ็ค โคลแบ็ค, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, ลี แค็ตเทอร์โมล (เดวิด วอห์น 90), เคร็ก การ์ดเนอร์, เจมส์ แม็คคลีน, สเตฟาน แซสเซอญง, นิคลาส เบนท์เนอร์